ซื้อรถบริษัทหรือเช่ารถรายเดือน แบบไหนคุ้มกว่า? การซื้อรถบริษัทเหมาะกับธุรกิจที่ต้องใช้รถต่อเนื่องหลายปี มีเงินทุนเพียงพอ และบริหารงานซ่อม ประกัน เอกสาร และการขายรถได้เอง ส่วนการเช่ารถรายเดือนเหมาะกับงานโครงการ ธุรกิจที่ต้องการควบคุมงบประมาณ รักษากระแสเงินสด และลดภาระดูแลรถ โดยควรตัดสินจากต้นทุนรวมตลอดอายุใช้งาน ไม่ใช่เปรียบเทียบเฉพาะราคาซื้อกับค่าเช่ารายเดือน
รถเช่ารายเดือน สำหรับบริษัทคืออะไร?
รถเช่ารายเดือนสำหรับบริษัท คือบริการให้เช่ารถยนต์ในนามนิติบุคคล โดยคิดค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือน และกำหนดระยะเวลาใช้งานตามความต้องการขององค์กร เช่น
- เช่า 1–3 เดือน สำหรับงานเร่งด่วนหรือช่วงทดลองตลาด
- เช่า 3–6 เดือน สำหรับโครงการระยะสั้น
- เช่า 6–12 เดือน สำหรับงานก่อสร้าง งานติดตั้ง หรืองานบริการภาคสนาม
- เช่า 12–35 เดือน สำหรับโครงการต่อเนื่องที่ยังไม่ต้องการสัญญาระยะยาว
- เช่าหลายคันสำหรับ Fleet ทีม Service หรือพนักงานภาคสนาม
รถที่นิยมเช่าสำหรับธุรกิจ ได้แก่ รถเก๋ง รถกระบะ 4 ประตู รถกระบะติดหลังคาทรงสูง รถตู้ รถ SUV และรถดัดแปลงสำหรับงานเฉพาะประเภท
ซื้อรถบริษัทและเช่ารถรายเดือนคืออะไร?
การซื้อรถบริษัท คือ การที่องค์กรซื้อรถด้วยเงินสดหรือสินเชื่อ และบันทึกรถเป็นทรัพย์สินของบริษัท บริษัทเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายและการบริหารทั้งหมด เช่น
- เงินดาวน์หรือราคาซื้อรถ
- ดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงิน
- ประกันภัย
- ภาษีรถยนต์และ พ.ร.บ.
- ค่าบำรุงรักษา
- ค่าเปลี่ยนยางและอะไหล่
- ค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
- การจัดหารถทดแทน
- การขายรถเมื่อหมดอายุใช้งาน
ข้อดีสำคัญคือบริษัทเป็นเจ้าของรถและสามารถนำไปขายต่อได้ แต่ต้องรับความเสี่ยงด้านมูลค่ารถ ค่าใช้จ่ายที่ไม่แน่นอน และภาระการบริหารตลอดอายุการใช้งาน
รถเช่ารายเดือนสำหรับบริษัท เหมาะกับธุรกิจแบบไหน?
รถเช่ารายเดือน สำหรับบริษัทเหมาะกับองค์กรที่ต้องการใช้รถเป็นระยะเวลาตั้งแต่ประมาณ 1 เดือนขึ้นไป แต่ยังไม่ต้องการลงทุนซื้อรถใหม่ เช่น บริษัทที่ได้รับโครงการระยะสั้น ธุรกิจที่ต้องเพิ่มทีม Service บริษัทก่อสร้างที่ต้องใช้รถตามไซต์งาน หรือองค์กรที่ต้องการทดลองใช้งานรถก่อนทำสัญญาระยะยาว
รถเช่ารายเดือนเหมาะกับธุรกิจแบบไหน?
1. ธุรกิจที่ได้รับโครงการระยะสั้น
บริษัทที่ได้รับโครงการใหม่มักต้องเพิ่มรถอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะมีงานต่อเนื่องหลังสิ้นสุดโครงการหรือไม่ เช่น
- โครงการก่อสร้างและงานระบบ
- โครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์
- โครงการติดตั้งเครือข่ายและระบบสื่อสาร
- งานปรับปรุงโรงงาน
- งานสำรวจและลงพื้นที่
- งานบริการตามสัญญาชั่วคราว
ตัวอย่างเช่น บริษัทได้รับโครงการติดตั้งระบบไฟฟ้าเป็นเวลา 6 เดือนและต้องใช้รถกระบะ 15 คัน การซื้อรถใหม่อาจสร้างภาระทางการเงินและความเสี่ยงหลังจบโครงการ ขณะที่การเช่ารถ 6 เดือนช่วยให้องค์กรมีรถพร้อมใช้ตามระยะเวลาจริง
2. บริษัทที่มีทีม Service หรือทีมช่างภาคสนาม
ธุรกิจที่ต้องส่งพนักงานออกไป Service ลูกค้าเป็นประจำ เหมาะกับรถเช่ารายเดือนอย่างมาก เช่น
- บริษัทเครื่องมือวัดและสอบเทียบ
- บริษัทจำหน่ายเครื่องจักร
- บริษัทติดตั้งระบบไฟฟ้า
- บริษัทฉีดปลวก
- บริษัทติดตั้งโซลาร์เซลล์
- บริษัทโทรคมนาคม
- บริษัทซ่อมบำรุงอุปกรณ์
- บริษัทสมาร์ตโฮมและงานติดตั้ง
ลักษณะการใช้งานมักเป็นการขนทีมช่างพร้อมเครื่องมือและอะไหล่ รถกระบะ 4 ประตูหรือรถกระบะติดหลังคาทรงสูงจึงเหมาะกับงานประเภทนี้ เพราะสามารถใช้รับส่งพนักงานและปกป้องอุปกรณ์จากแดด ฝน และการสูญหายได้พร้อมกัน
3. ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและงานระบบ
ผู้รับเหมาก่อสร้างมักใช้รถตามระยะเวลาของไซต์งาน เช่น 3–6 เดือน หรือ 6–12 เดือน โดยมีรูปแบบการใช้งานหลัก ได้แก่
- รับส่งวิศวกรและทีมควบคุมงาน
- รับส่งคนงานภายในไซต์
- ขนเครื่องมือและอุปกรณ์ขนาดเล็ก
- วิ่งระหว่างสำนักงาน โกดัง และไซต์งาน
- เดินทางลงพื้นที่ต่างจังหวัด
ธุรกิจกลุ่มนี้ควรให้ความสำคัญกับความพร้อมของรถ ความรวดเร็วในการจัดรถ และเงื่อนไขรถทดแทน เพราะรถที่เสียกลางโครงการอาจทำให้ทีมงานเข้าพื้นที่ไม่ได้และกระทบกำหนดส่งมอบงาน
4. ธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค
โครงการโรงไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ น้ำมัน ก๊าซ ระบบไฟฟ้า และระบบสาธารณูปโภคมักดำเนินงานตามช่วงเวลาที่กำหนดและอยู่ในพื้นที่ห่างไกล รถที่ใช้ต้องรองรับทั้งการเดินทางของวิศวกรและการขนอุปกรณ์ตรวจสอบเบื้องต้น โดยลูกค้ากลุ่มนี้มักคาดหวังเรื่อง
- รถสภาพดีและผ่านการตรวจสอบ
- GPS หรือระบบติดตามรถ
- การซ่อมบำรุงตามรอบ
- รถทดแทนเมื่อรถเข้าศูนย์
- ทีมประสานงานที่ติดต่อได้รวดเร็ว
- เอกสารและรายงานที่ตรวจสอบได้
5. ธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
บริษัทติดตั้งอินเทอร์เน็ต ระบบเครือข่าย สาย Fiber และอุปกรณ์โทรคมนาคมมักต้องใช้รถหลายคันตามจำนวนทีมช่าง รถกระบะติดหลังคาทรงสูงสามารถใช้เก็บสาย เครื่องมือ ชุดทดสอบ อุปกรณ์เครือข่าย และบันไดได้ โดยควรออกแบบพื้นที่จัดเก็บให้เป็นระเบียบ เพื่อช่วยลดเวลาหาอุปกรณ์และลดความเสียหายระหว่างเดินทาง
6. ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
บริษัทอาหารและเครื่องดื่มอาจต้องการรถเช่ารายเดือนเพื่อ
- ส่งสินค้าไปยังสาขาและตัวแทนจำหน่าย
- สนับสนุนทีมขาย
- ใช้ในกิจกรรมทดลองตลาด
- เพิ่มรถช่วงเทศกาลหรือฤดูกาลขาย
- ขนอุปกรณ์จัดกิจกรรม
- รองรับการเปิดสาขาใหม่
หากเป็นสินค้าที่ไม่ต้องควบคุมอุณหภูมิ อาจใช้รถกระบะหลังคาทรงสูงหรือตู้แห้ง แต่หากต้องควบคุมอุณหภูมิ ควรเลือกใช้รถห้องเย็นที่กำหนดอุณหภูมิได้เหมาะกับสินค้า
7. ธุรกิจของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน
ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์สำนักงาน เครื่องใช้ไฟฟ้า และสมาร์ตโฮมมักใช้รถเพื่อส่งสินค้า ติดตั้ง และบริการหลังการขาย สิ่งสำคัญคือการปกป้องสินค้าและภาพลักษณ์ของแบรนด์ ลูกค้าจึงควรพิจารณารถที่มี
- หลังคาปิดมิดชิด
- พื้นหรือผนังกันกระแทก
- จุดยึดและสายรัดสินค้า
- ระบบติดตามเส้นทาง
- รถทดแทนเมื่อเกิดเหตุขัดข้อง
- ทีมประสานงานที่ตอบกลับรวดเร็ว
8. ธุรกิจที่กำลังขยายทีมงานหรือเปิดสาขาใหม่
องค์กรที่กำลังขยายกิจการอาจยังไม่ทราบจำนวนรถที่ต้องใช้ในระยะยาว การเช่ารายเดือนจึงช่วยให้องค์กรทดลองจำนวนรถและรูปแบบการใช้งานจริงก่อนตัดสินใจทำสัญญาระยะยาว ตัวอย่างเช่น บริษัทเปิดสาขาใหม่ 5 แห่งและเพิ่มพนักงานภาคสนาม 20 คน อาจเริ่มต้นด้วยการเช่ารถ 10 คันเป็นเวลา 6 เดือน แล้วนำข้อมูลการใช้งานจริงมาประเมินว่าควรเพิ่ม ลด หรือปรับประเภทรถในระยะต่อไป
9. บริษัทที่ต้องการรถสำรองในช่วงพีค
บางธุรกิจไม่ได้ต้องการรถเพิ่มตลอดทั้งปี แต่ต้องการเฉพาะช่วงที่มีคำสั่งซื้อจำนวนมาก เช่น
- เทศกาลปลายปี
- ฤดูติดตั้งเครื่องปรับอากาศ
- ช่วงเปิดโครงการใหม่
- ช่วงกิจกรรมส่งเสริมการขาย
- ช่วงซ่อมบำรุงโรงงาน
- ช่วงที่รถบริษัทหลายคันเข้าศูนย์พร้อมกัน
การเช่ารถรายเดือนช่วยเพิ่มความสามารถในการดำเนินงานโดยไม่ต้องซื้อสินทรัพย์ที่อาจถูกจอดทิ้งหลังช่วงพีคสิ้นสุดลง
เช่ารถรายเดือนหรือ ซื้อรถบริษัท แบบไหนคุ้มกว่า?
ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกบริษัท แต่สามารถประเมินเบื้องต้นได้จากระยะเวลาและลักษณะการใช้งาน
| สถานการณ์ | แนวทางที่มักเหมาะกว่า |
| ใช้งานไม่เกิน 12 เดือน | เช่ารถรายเดือน |
| โครงการมีโอกาสเลื่อนหรือยกเลิก | เช่ารถรายเดือน |
| ต้องเพิ่ม–ลดจำนวนรถตามงาน | เช่ารถรายเดือน |
| ไม่ต้องการใช้เงินลงทุนก้อนใหญ่ | เช่ารถรายเดือน |
| ต้องการรถดัดแปลงเฉพาะงาน | พิจารณาเช่าหรือเช่าระยะยาวตามสเปก |
| ใช้งานต่อเนื่องมากกว่า 5 ปี | ควรเปรียบเทียบซื้อกับเช่าระยะยาว |
| มีทีมซ่อมและระบบดูแลรถเอง | การซื้ออาจเหมาะกับบางองค์กร |
| ไม่ต้องการรับความเสี่ยงราคาขายต่อ | การเช่ามักเหมาะกว่า |
การตัดสินใจควรคำนวณต้นทุนรวม ไม่ใช่เปรียบเทียบเพียงค่าเช่ากับค่างวดรถ โดยควรรวมค่าใช้จ่ายต่อไปนี้ด้วย
- เงินดาวน์
- ดอกเบี้ย
- ประกันภัย
- ภาษีและทะเบียน
- การบำรุงรักษา
- ยางและอะไหล่
- ค่ารถทดแทน
- ค่าแรงพนักงานดูแล Fleet
- ค่าเสียโอกาสเมื่อรถเสีย
- ค่าเสื่อมราคา
- ความเสี่ยงจากราคาขายต่อ
ค่าเช่ารถรายเดือนสำหรับบริษัทควรรวมอะไรบ้าง?
แพ็กเกจของผู้ให้บริการแต่ละรายอาจแตกต่างกัน องค์กรควรตรวจสอบว่าค่าเช่ารวมรายการต่อไปนี้หรือไม่
- ค่าใช้รถตามระยะเวลาสัญญา
- ประกันภัยรถยนต์
- พ.ร.บ. และภาษีประจำปี
- การบำรุงรักษาตามระยะ
- ค่าแรงและอะไหล่ตามเงื่อนไข
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน
- รถทดแทนเมื่อรถเสียหรือเข้าซ่อม
- ระบบ GPS หรือ Fleet Management
- การจัดส่งและรับคืนรถ
- ผู้ดูแลบัญชีหรือทีมประสานงาน
- รายงานการใช้งานหรือค่าใช้จ่าย
- ค่าใช้รถเกินระยะทางที่กำหนด
บริษัทควรขอให้ผู้ให้บริการระบุรายการที่รวมและไม่รวมในใบเสนอราคาอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมภายหลัง
เลือกรถประเภทไหนให้เหมาะกับธุรกิจ?
รถเก๋ง เหมาะสำหรับ พนักงานขาย ,ผู้บริหาร ,งานประสานงาน ,การเดินทางในเมือง , พนักงานประจำสาขา จุดเด่นคือประหยัดน้ำมัน ขับง่าย และมีภาพลักษณ์เหมาะกับการพบลูกค้า
รถกระบะ 4 ประตู เหมาะสำหรับ ทีม Service ,วิศวกรภาคสนาม, ผู้ควบคุมไซต์ ,งานสำรวจ, งานที่ต้องขนคนและอุปกรณ์พร้อมกัน จุดเด่นคือรองรับผู้โดยสารหลายคนและยังมีพื้นที่บรรทุกด้านหลัง
รถกระบะติดหลังคาทรงสูง เหมาะสำหรับ ,บริษัทติดตั้งโซลาร์เซลล์,บริษัทฉีดปลวก
,ทีมเดินสายไฟ ,บริษัทเครื่องมือวัด,ทีมช่าง ICT,งานซ่อมบำรุง,ธุรกิจสมาร์ตโฮม
จุดเด่นคือปกป้องอุปกรณ์จากแดดและฝน สามารถติดตั้งชั้นวาง ลิ้นชัก จุดยึด และอุปกรณ์เสริมตามงานได้
รถตู้ เหมาะสำหรับ ,รับส่งพนักงาน,ทีมช่างจำนวนมาก,ทีมโครงการ,ลูกค้าองค์กร,งานเดินทางต่างจังหวัด ควรพิจารณาจำนวนที่นั่ง พื้นที่สัมภาระ และบริการคนขับประกอบกัน
SUV เหมาะสำหรับ ผู้บริหาร ,วิศวกรที่ต้องเดินทางต่างจังหวัด ,งานที่ต้องการภาพลักษณ์ ,พื้นที่ที่ต้องการสมรรถนะมากกว่ารถเก๋ง
สิ่งที่ควรถามผู้ให้บริการก่อนเช่ารถรายเดือน
ก่อนขอใบเสนอราคา ควรถามข้อมูลอย่างน้อย 10 ข้อ
- สามารถเช่าเริ่มต้นกี่เดือน
- มีรถพร้อมส่งภายในกี่วัน
- ค่าเช่ารวมประกันและบำรุงรักษาหรือไม่
- จำกัดระยะทางต่อเดือนหรือไม่
- รถเสียมีรถทดแทนหรือไม่
- รถทดแทนจัดให้ภายในกี่ชั่วโมง
- ให้บริการซ่อมในพื้นที่ใดบ้าง
- สามารถเพิ่มหรือลดจำนวนรถระหว่างสัญญาได้หรือไม่
- สามารถติดสติ๊กเกอร์หรือดัดแปลงรถได้หรือไม่
- มีระบบติดตามรถและรายงาน Fleet หรือไม่
องค์กรควรขอรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษร โดยเฉพาะ SLA รถทดแทน ค่าใช้จ่ายส่วนเกิน และเงื่อนไขคืนรถก่อนกำหนด
อย่าเปรียบเทียบแค่ค่างวด ต้องคำนวณต้นทุนรวมของรถหรือ TCO
TCO หรือ Total Cost of Ownership คือ ต้นทุนรวมที่ธุรกิจต้องจ่ายตั้งแต่เริ่มใช้รถจนถึงวันที่เลิกใช้หรือขายรถ
สูตรคำนวณต้นทุนรวมกรณีซื้อรถ
TCO การซื้อรถ = ราคาซื้อรถ
- ดอกเบี้ยหรือต้นทุนเงินทุน
- ค่าประกันภัย
- ภาษีและ พ.ร.บ.
- ค่าซ่อมบำรุง
- ค่ายางและอะไหล่
- ค่าแรงพนักงานดูแล Fleet
- ต้นทุนรถหยุดใช้งาน
- ค่าเสียหายที่ประกันไม่ครอบคลุม
− ราคาขายรถเมื่อสิ้นสุดการใช้งาน
สูตรคำนวณต้นทุนรวมกรณีเช่ารถ
TCO การเช่ารถ = ค่าเช่ารายเดือน × จำนวนเดือน
- ค่าบริการเริ่มต้นหรือเงินประกัน
- ค่าอุปกรณ์เพิ่มเติม
- ค่าใช้จ่ายส่วนที่ไม่รวมในสัญญา
- ค่าระยะทางเกินกำหนด
- ค่าเสียหายนอกเหนือเงื่อนไข
- ค่าเลิกสัญญาก่อนกำหนด
- ต้นทุนรถหยุด หากไม่มีรถทดแทน
ตัวอย่างสถานการณ์การใช้รถเช่ารายเดือน
บริษัทติดตั้งโซลาร์เซลล์
บริษัทได้รับโครงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในหลายจังหวัดเป็นเวลา 8 เดือน ต้องเพิ่มทีมช่าง 12 ทีม และต้องการรถกระบะหลังคาทรงสูงทีมละหนึ่งคัน
ทางเลือกที่เหมาะสมคือเช่ารถกระบะ 12 คันตามระยะเวลาโครงการ พร้อม GPS บริการบำรุงรักษา และรถทดแทน เพื่อป้องกันงานติดตั้งหยุดชะงักเมื่อรถเกิดปัญหา
บริษัทเครื่องมือวัด
บริษัทต้องส่งวิศวกรออกตรวจสอบและสอบเทียบเครื่องมือในโรงงานลูกค้า เครื่องมือมีมูลค่าสูงและต้องป้องกันความเสียหายระหว่างเดินทาง
ควรเลือกกระบะ 4 ประตูติดหลังคาทรงสูง พร้อมชั้นวางอุปกรณ์ จุดล็อก และพื้นกันกระแทก โดยให้ความสำคัญกับสภาพรถ การส่งมอบตรงเวลา และบริการหลังการขายมากกว่าการเลือกจากราคาต่ำที่สุด
ผู้รับเหมางานระบบ
บริษัทได้รับงานติดตั้งระบบอาคารเป็นเวลา 6 เดือน ต้องใช้รถรับส่งหัวหน้าช่างและอุปกรณ์ขนาดเล็กระหว่างโกดังและไซต์งาน
รถกระบะ 4 ประตูแบบเช่า 6 เดือนช่วยลดภาระการซื้อรถและสามารถคืนรถได้เมื่อโครงการสิ้นสุด
วิธีเลือกรถเช่ารายเดือนให้คุ้มค่า
องค์กรควรเริ่มจากการตอบคำถาม 6 ข้อ
- ต้องใช้รถกี่คัน
- ต้องใช้ตั้งแต่วันไหนถึงวันไหน
- ใช้รถที่จังหวัดหรือพื้นที่ใด
- ใช้ขนคน ขนอุปกรณ์ หรือทั้งสองอย่าง
- ต้องดัดแปลงรถหรือไม่
- หากรถเสีย งานสามารถรอได้นานกี่ชั่วโมง
เมื่อมีข้อมูลครบ ผู้ให้บริการจะสามารถเลือกรุ่นรถ ระยะสัญญา และแพ็กเกจที่เหมาะสมได้แม่นยำขึ้น
SO WHEEL เหมาะกับองค์กรที่ต้องการรถแบบใด?
SO ให้บริการรถเช่าสำหรับองค์กรทั้งระยะสั้นและระยะยาว ครอบคลุมรถเก๋ง รถกระบะ รถตู้ SUV และรถดัดแปลงสำหรับการใช้งานเฉพาะธุรกิจ
บริการเหมาะกับองค์กรที่ต้องการ
- รถใช้ในงานโครงการ
- รถสำหรับทีม Service
- รถกระบะ 4 ประตู
- รถกระบะติดหลังคาทรงสูง
- รถหลายคันสำหรับ Fleet
- รถพร้อมระบบบริหารจัดการ
- การบำรุงรักษาระหว่างสัญญา
- รถทดแทนเมื่อเกิดเหตุขัดข้อง
- ผู้ดูแลและประสานงานตลอดอายุสัญญา
ก่อนขอใบเสนอราคา ควรแจ้งจำนวนรถ ระยะเวลาใช้งาน วันที่เริ่มใช้ พื้นที่ใช้งาน และลักษณะงาน เพื่อให้ทีมงานสามารถเสนอรถและเงื่อนไขที่เหมาะสมกับธุรกิจได้
สรุปสาระสำคัญของบทความ
รถเช่ารายเดือนสำหรับบริษัทเหมาะกับธุรกิจที่ต้องใช้รถชั่วคราว ต้องเพิ่มรถตามโครงการ หรือไม่ต้องการรับภาระการซื้อและดูแลรถเอง โดยเฉพาะงานก่อสร้าง งานระบบ ทีม Service ธุรกิจพลังงาน ICT อาหารและเครื่องดื่ม และองค์กรที่กำลังขยายทีมงาน หัวใจสำคัญไม่ใช่การเลือกค่าเช่าที่ต่ำที่สุด แต่คือการเลือกผู้ให้บริการที่จัดรถได้ตรงเวลา มีรถทดแทน ดูแลซ่อมบำรุง และกำหนดเงื่อนไขที่สอดคล้องกับระยะเวลาโครงการ เพราะรถหนึ่งคันที่ไม่พร้อมใช้งานอาจสร้างต้นทุนและผลกระทบต่อธุรกิจสูงกว่าค่าเช่าที่ประหยัดได้



สนใจบริการรถเช่าจาก SO ติดต่อเลย!
บริการ
เช่ารถทั่วไป
บริการเช่ารถ
ดัดแปลง
บริการเช่ารถ
พร้อมคนขับ
เงื่อนไขการให้บริการ
✅ สัญญาระยะสั้น 1-24 เดือน (Ues Car)
✅ สัญญาระยะยาว 3-5 ปี (New Car)
❌ ไม่มีบริการเช่าเหมารายเที่ยว รายวัน
บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน)
329 ม.10 กุศลส่งสามัคคี ซอย 1 ถนนรถรางสายเก่า ตำบลสำโรง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ 10130
โทร : 090-197-8531
เวลาติดต่อ จันทร์ - ศุกร์ 8:00 น.-17:00 น.
Line : @sowheel
เวลาติดต่อ จันทร์ - ศุกร์ 8:00 น.-17:00 น.
E-mail : [email protected]
เวลาติดต่อ จันทร์ - ศุกร์ 8:00 น.-17:00 น.
เขียนบทความ และข่าวสาร โดย
Writer : Thanatwarit Phalinratthanadet
Digital and Marketing Communication. : SO-Siamrajathanee Plc.
Follow : Linkedin - Thanatwarit.p
นักการตลาดดิจิทัล มีประสบการณ์การทำ Marketing Communication มากกว่า 5 ปี เชื่อว่าคอนเทนท์ที่ดีต้องมีประโยชน์ สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน จึงอยากแชร์เรื่องราวและแนวคิดที่ทำให้ “ธรรมชาติ” กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจและสร้างความสุขให้กับผู้คนอีกครั้ง